อยากรวยทางลัด… ต้องหัดลงทุน

สวัสดีจ้า เพจเงินเดือนจ๋ารายงานตัวพร้อมสาระน่ารู้เกี่ยวกับการลงทุน จะเป็นการลงทุนแบบไหน ต้องทำยังไง จะรวยเร็วหรือหมดตัว มาดูกันค่ะ…

สมัยนี้มีอาชีพหลักอย่างเดียว บางครั้งก็ไม่พอกิน ไม่พอใช้จ่าย เพราะข้าวของแพงขึ้นทุกวัน แต่เงินเดือนฉันทำไมเท่าเดิม หลายคนเลยต้องหาอาชีพเสริม เลยเถิดไปถึงการลงทุน เพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่ายและเก็บออมเพิ่มขึ้น

เพจเงินเดือนจ๋าเคยกล่าวถึงการออมเงิน และวิธีออมเงินของแต่ละไลฟ์สไตล์กันไปแล้ว คราวนี้เราเลยอยากพูดถึงการลงทุนที่เหมาะกับแต่ละไลฟ์สไตล์กันบ้าง แบบไหนเหมาะกับเรา และเราควรทำไหม มาติดตามไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า… การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณในการคิดตามนะคะ

1) การลงทุนแบบเพิ่มค่า เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ทุกอาชีพ ทุกฐานเงินเดือน เพราะนำสิ่งที่มีอยู่แล้ว มาต่อยอดให้เกิดรายได้ เช่น มีรถอยู่แล้ว เลยเอามาลงทุนขับ Grab หารายได้พิเศษวันหยุด หรือ มีจักรเย็บผ้าสมัยคุณแม่ยังสาวที่ยังใช้งานได้ดี เลยเอามาเปิดร้านรับซ่อมแซมเสื้อผ้า

ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เพราะเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่เรามีอยู่ หากไม่รุ่งก็แค่พับโครงการเก็บเข้ากรุไปตามเดิม แล้วคิดหาหนทางใหม่

2) การลงทุนรูปแบบประกันชีวิต ใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือน คงพบเจอบ่อยกับการขายประกันชีวิตในรูปแบบเงินฝากสะสมของธนาคาร นับเป็นการลงทุนที่เหมาะกับผู้มีรายได้มั่นคง แน่นอน รายจ่ายและรายรับสมดุลทุกเดือน และมีเงินเก็บ

แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรมองไกลๆ ในระยะยาวด้วย เพราะหากเราถอนเงินออกมาก่อนกำหนด ก็จะเสียโอกาสในการรับเงินก้อนสุดคุ้ม ตามที่ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารยกขึ้นมาชักแม่น้ำทั้งห้าทันที ใครที่ไม่มั่นใจในสภาพทางการเงินระยะยาว แต่อยากลงทุนด้วยวิธีนี้ ก็ไม่ควรโลภมากเลือกแผนออมเงินเกิน 10 ปี เพราะคุณอาจได้เงินสดมาไว้ใช้หนี้แทน หลังครบกำหนด 10 ปีที่ว่า

3) การลงทุนรูปแบบเงินปันผล เป็นการลงทุนร่วมกับบริษัท (มหาชน) ต่างๆ ให้เขานำเงินของเราไปหมุนเวียนทำการค้า และแบ่งจ่ายกำไรมาเป็นเงินปันผลให้กับเราตามที่ตกลงกันไว้

จะถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แบบอื่นๆ แต่เราก็ต้องดูให้ดีด้วยว่า บริษัทไหนที่มีกำไรอื้อซ่า น่าลงทุน เพราะหากเลือกมั่วๆ แบบไม่ดูผลประกอบการที่ผ่านมาแล้ว นอกจากจะไม่ได้เงินปันผล ยังอาจต้องกินเกลือแทนข้าวได้

4) การลงทุนด้วยธุรกิจ คือการนำเงินมาประกอบธุรกิจของตัวเอง เช่น เปิดร้านขายอาหาร ขายเสื้อผ้า ขายขนม

ถือเป็นการแบกรับความเสี่ยงเองทั้งหมด นับเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่หากประสบความสำเร็จก็ถือว่า จะช่วยให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นอีกมาก เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ เพราะสามารถยืดหยุ่นได้ตามสถานะทางการเงินของแต่ละคน เพียงแต่คุณต้องมั่นใจว่า คุณมีความสามารถในการบริหารจัดการ ทั้งคน เงิน และปัจจัยทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ร้านของคุณอยู่รอดได้แบบมีกำไรทุกเดือน หรืออย่างน้อยๆ ก็ไม่ขาดทุนในช่วงแรก และค่อยๆ มีกำไรในเดือนถัดๆ มา

5) การลงทุนประเภทความเสี่ยงสูง อย่าง หุ้นกู้ ตราสารหนี้ พันธบัตร หากคุณไม่ใช่ผู้มีอันจะกิน ที่ไม่มีวันเดือดร้อนเรื่อเงิน ไม่ว่าจะผ่านนายกรัฐมนตรีกี่ยุคสมัย เราไม่แนะนำ

6) การลงทุนในสินทรัพย์ เช่น การซื้อทอง ที่ดิน และเงินตราต่างประเทศไว้เก็งกำไร ถือเป็นการลงทุนอีกชนิดของผู้มีอันจะกินแล้วเท่านั้น และถือว่ามีความเสี่ยงพอสมควร ยกเว้นการซื้อที่ดิน ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนน้อยที่สุด แต่ก็ต้องแลกมากับระยะเวลาในการได้เงินคืน และการเปลี่ยนสภาพของที่ดินไปตามกาลเวลาด้วย

อ่านจบแล้ว ไม่อยากเก็บความรู้ไว้คนเดียว สามารถแบ่งปันได้ด้วยการแชร์ไปให้เพื่อนๆ ร่วมชะตากรรม เอ้ย! ร่วมงาน อ่านกันด้วยนะค้า

ไว้ติดตามกันใหม่วันต่อไปน้า
หรือจะแวะไปติดตาม ที่เพจหลัก https://www.facebook.com/SalaryJa/ ก็ได้ [ มีอัพเดททุกวัน!! ]
ตอนนี้ เงินเดือนจ๋า มีสติกเกอร์ไลน์แล้ว แวะไปชมกันได้ที่
https://store.line.me/stickershop/product/6997428

Tag :#มนุษย์เงินเดือน #บริษัท #เงินเดือน #salary #company #เงินเดือนจ๋า #SalaryJa #การเงิน #เงินออม #ออม #หาเงิน #เก็บเงิน #ออมเงิน #สินเชื่อ #ทำงาน #ออฟฟิศ #โรงงาน #พนักงาน #สิ้นเดือน #งาน